2007/Jun/23

ตอนที่ 12

เปีย... เสียงหวานๆ ของเพื่อนคนสวยทำให้คนที่ถูกเรียกค่อยๆ ละความสนใจจากหนังสือการ์ตูนเล่มโปรดที่อ่านอยู่บนโต๊ะเรียน และค่อยๆ หันมา

ว่าไงคะคนสวย?

ถามอะไรหน่อยดิ? ฟ้าเลื่อนเก้าอี้มาไกล้ ๆ เปียแล้วจัดท่าให้นั่งอยู่ในท่าถนัด

อย่ามาไกล้เปียนักสิฟ้า

อ้าว...? ทำไมล่ะ?

เดี๋ยวเปียก็อดใจไม่ไหวหรอก คนหน้าตาดีกล่าวแซวเล็กน้อยในระยะที่ไกล้ชิดเกินไปหน่อย จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ออกมาจากเพื่อนคนสวยถึงแม้จะเป็นผู้หญิงเหมือนกันย่อมไม่หวั่นไหวกับผู้หญิงด้วยกันอยู่แล้ว แต่ฟ้าเป็นคนสวยขนาดนี้ย่อมมีข้อยกเว้น

อดใจอะไร?...นี่... เดี๋ยวจะโดน ฟ้าทำตาเขียว

แล้วจะถามอะไรล่ะ เห็นมั้ยเนี่ยว่าอ่านหนังสืออยู่

แล้วหยุดอ่านซักแป๊บได้มั้ยเนี่ย เห็นมั้ยว่าคนกำลังจะถามอยู่

นั่น... ยอมเค้าเลย เปียพับหนังสือค้างไว้ในมือ แล้วหันมาสนใจเพื่อนคนสวยอย่างช่วยไม่ได้

จะถามอะไรอีกว่ามาจ้า แต่อย่าถามนะว่ามีตังค์ป่าวน่ะ ช่วงนี้กระเป๋าแห้ง

ไม่เกี่ยวกับเรื่องเงินซะหน่อย เรื่องอื่นตะหาก ฟ้าพูดแล้วเว้นระยะนิดนึง พลางเหลียวซ้ายแลขวาเพื่อยืนยันว่าไม่มีใครอยู่ในรัศมีแห่งการสนทนา

เรื่องอะไรล่ะ?

คราวที่แล้วที่เปียบอกว่าผู้หญิงก็ชอบกันได้น่ะ ยังจำได้มั้ย? ฟ้ายื่นหน้ามาไกล้ ๆ เปียจนสองหน้าใสเกือบจะติดกัน พลางถามแผ่วเบาเพราะเกรงเพื่อนคนอื่นจะได้ยิน จนเปียเผลอมองใบหน้าสวยค้างนิ่ง

เอาอีกแระ... มาเรื่องรักๆ ใคร่ๆ อีกแระ... เคยบอกแล้วไงว่าไม่ถนัด เปียพูดพลางขยับตัวออกถอยห่างรู้สึกใจเต้นแรงชอบกล???

นี่.. ฟ้าไม่ได้บอกว่าจะขอคำปรึกษาซะหน่อย แค่จะถามอะไรนิดหน่อยเอง โห... ฟ้าโอดครวญพลางตีที่แขนเพื่อนเบาๆ

เหรอ...? งั้นก็ว่ามา

คราวที่แล้วที่เปียเคยบอกว่า มีรุ่นพี่ผู้หญิงปี 3 ด้วยกัน แล้วเป็นแฟนกันน่ะ ยังจำได้ป๊ะ?

อื้อ จำได้สิ ทำไม?

เค้าชื่ออะไรนะ ฟ้าลืม

ก็พี่จี กับพี่พิมพ์งัย

เหรอ? อืมม์... แล้วแสดงว่าต้องมีใครคนหนึ่งเป็นทอมใช่ปะ?

เอ? ไม่เห็นมีนะ เห็นว่าเป็นผู้หญิงแท้กันทั้งคู่ แต่พี่พิมพ์นี่จะดูเท่ห์ อยู่ในตัวนิดนึง

ผู้หญิงนี่นะเท่ห์?? คิ้วฟ้าเริ่มชนกัน เพราะไม่เคยได้ยินคำนี้

อ๊าวววว.... ผู้หญิงสวยๆ ก็ดูเท่ห์ได้ มันอยู่ที่ใครจะมอง แล้วก็อยู่ที่บุคลิคส่วนตัวของคนๆ นั้นด้วย ที่เปียเห็นว่าพี่เค้าเท่ห์ก็เพราะเปียเคยเห็นตอนที่เค้ามัดรวบผม แล้วมาวิ่งรอบสนามฟุตบอลตอนเย็นๆ น่ะ พี่เค้าเป็นนักมวยด้วยนะ

คำพูดของเปียทำให้ฟ้าอดไม่ได้ที่จะนึกถึงริน ที่บางครั้งฟ้าเองก็รู้สึกว่าคนผมยาวดูเท่ห์แบบน่ารักใจชุดเสื้อแจ๊คเก็ตกีฬาสีขาว ตอนที่กลับมาจากวิ่งตอนเช้า ซึ่งบ่อยครั้งที่เธอจะตื่นขึ้นมาเห็นได้ทัน

งั้นพี่จีล่ะ เป็นไง? ฟ้ายิงคำถามอีกครั้ง เท้าคางตัวเองลงบนโต๊ะแล้วรอฟังอย่างตั้งใจ

เปียเองก็ไม่เคยเห็นไกล้ๆ ซักทีน่ะนะ แต่ใครๆ เขาก็ลือกันว่าสวยมากๆ เลย ก็แน่ล่ะเป็นถึงดาวคณะวิทยาศาสตร์นี่นา... เปียพูดจบก็หันมามองหน้าเพื่อน พลางคิดไปว่า พี่จี กับฟ้านี้ ใครจะสวยกว่ากันน๊า...???

อืมม์.... เหรอ? ฟ้าพยักหน้าหงึกหงัก

ถามทำไมเนี่ยฟ้า? อ๊ะๆๆ อ๊า...... อย่าบอกนะว่าอยากจะมีแบบนั้นบ้าง... เปียทำชี้นิ้วมาทางฟ้า แล้วส่งท่าทางแซวล้อเลียนอย่างสนุก

บ้าแล้ว... ฟ้ายิ้มแล้วพยายามปัดมือเพื่อนให้พ้นหน้า

นั่นๆ มีอายด้วย บอกมานะว่าไปแอบชอบผู้หญิงคนไหนเข้าให้แล้วล่ะ? แอบชอบเปียแน่ๆ เลยใช่ม๊า??? อ๊ะๆๆ

พอเลย พอเลย เลิกเล่นแระ... ฟ้าบอกปัดเพื่อนจอมขี้เล่น ด้วยสีหน้าเข้มๆ

นี่... เอาเพลงไปฟังป่าว อัลบั้มใหม่ของพี่มิลาน มีอยู่เพลงนึงสื่อความหมายบอกคำแทนใจได้ดีมากเลยนะ เปียเพิ่งซื้อมา เผื่อฟ้าจะเอาไปเปิดให้คนๆ นั้นฟังงัย... ฮิๆ เปียยังไม่วายแซวเพื่อนคนสวย พลางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเรียน ล้วงเอาแผ่นซีดีเพลงของนักร้องวัยรุ่นที่กำลังดังและมาแรงอยู่ตอนนี้ยื่นให้คนสวย

นี่... พอเลยนะไม่ต้องแซวเลย ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย งั้นพอดีเลย ขอยืมไปฟังหน่อยก็ดีเหมือนกัน พูดพลางเอื้อมมือไปรับแผ่นซีดีแผ่นนั้นมา และนึกไปถึงอีกคนหนึ่งที่อยู่ถัดไปอีก 5 ห้อง เพราะฟ้าจะต้องไปบอกกับรินว่าเย็นนี้ไม่ต้องรอกลับด้วยกัน เนื่องจากตนมีเรียนคาบพิเศษ

**************************

หลังเลิกเรียน รินเก็บสมุด-ปากกาลงในกระเป๋า เพื่อเตรียมตัวกลับหอ ขณะที่กำลังสาละวนอยู่นั้นเสียงคุ้นเคยก็ดังอยู่ข้างหลังไกล้ๆ นี่เอง

รินจ๋า

ทำไมรินจะจำเสียงนั้นไม่ได้ รอยยิ้มผุดขึ้นกับด้วยความชุ่มชื้น ก่อนจะหันไปทางต้นเสียง

ฟ้า... รอยยิ้มที่ระบายรออยู่ข้างหลัง ทำให้คนหันไปถึงกับยิ้มกว้างขึ้นอีกเป็น 2 เท่า

ฟ้ามาได้งัยคะเนี่ย? แล้วนั่น... รินหมายถึงเปีย ที่ยืนขนาบข้างกับฟ้าอยู่

เปียค่ะ เพื่อนฟ้าเอง ยินดีที่ได้รู้จัก เปียแนะนำตัวเองอย่างยิ้มแย้ม

ไม่ยักรู้ว่าฟ้ามีรูมเมทน่ารักๆ อย่างนี้นะเนี่ย? เพิ่งเห็นไกล้ๆ ก็วันนี้เอง ชื่อรินเหรอค๊ะ?

ค่ะ รินยิ้มรับตอบ โชว์เขี้ยวขาวๆ ที่มุมปาก ทำให้เปียรู้สึกว่าความน่ารักของคนผมยาว นี้ช่างปะทุขึ้นมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ

ริน... วันนี้ฟ้ามีเรียนพิเศษนะ เลยมาบอก ไม่ต้องรอนะคะ

เหรอ... อืมม์ งั้นฟ้าอยากกินอะไรล่ะ รินจะได้เตรียมไว้รอ?

โห... ทำกับข้าวให้กันด้วย งี้ฟ้าไม่หลงเสน่ห์แย่เหรอเนี่ย? เปียพูดแซวด้วยน้ำเสียงค่อนข้างดัง ทำให้เพื่อนๆ ในห้องของรินต่างหันมาทางต้นเสียงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปตามๆ กัน โชคดีที่คณะของรินมีผู้หญิงซะส่วนใหญ่ พวกผู้ชายก็ออกไปจับกลุ่มโต๋เต๋กันข้างนอก

นี่เปีย... ถ้าฟ้ารู้ว่าพามาแล้วจะทำกันอย่างนี้นะ ไม่พามาด้วยหรอก

ก็จริงนี่นา ถ้าเป็นเปียนะ มีคนน่ารักๆ อย่างนี้ทำกับข้าวรอทานทุกวันป่านนี้ใจอ่อนไปถึงไหนต่อไหนแล้ว เปียยืนถกกับคนสวยพักนึงก่อนจะหันมาทางรินที่ยืนฟังสงครามย่อยอยู่

นี่ตัวเอง ถ้าไงว่างๆ ห้องครัวเปียยินดีต้อนรับนะ ฮิๆ

นี่... ไม่ต้องเลย ไม่ให้ไปหรอก รินทำให้ฟ้าทานคนเดียวเท่านั้นแหละ ไปเลยกลับไปเลย ชิ่วๆ ฟ้ารุนหลังเพื่อนให้เดินออกมาห่างๆ จนทำให้เพื่อนตัวแสบต้องลี้มายืนทำหน้าหงอยอยู่หน้าประตู

ทำอะไรก็ได้ค่ะ รินทำอะไรฟ้าทานได้หมดเลย ฟ้าพูดด้วยรอยยิ้มหวาน พลางยีหัวคนผมยาวไปมา

จริงนะ?

จรี๊งงง

งั้นจะทำให้สุดฝีมือเลย

จะกลับไปทานให้เกลี้ยงเลยค่ะ ฟ้าไปเรียนก่อนนะ อาจารย์เข้าแระ

ค่ะ

ฟ้าหันกลับมาแล้วจูงแขนเพื่อนตัวดีที่ยืนเกาะประตูอยู่กึ่งลากกึ่งเดินออกจากห้องไป โดยมีรอยยิ้มของคนผมยาวส่งตามหลัง

ใครน่ะตัว? เสียงของจิ๊บถามขึ้นเบาๆ หลังจากมองเห็นเหตุการณ์มาโดยตลอด ตั้งแต่ตนเริ่มออกไปลบกระดานดำ

อ๋อ รูมเมทของเค้าเอง ชื่อฟ้า

เหรอ? สวยจังเนอะ? อยู่คณะอะไรหน่ะ?

คณะคอมฯ บริหารธุรกิจน่ะ

นี่ถ้ามีการโหวตนะ คงจะได้เป็นดาวคณะแน่เลยจิ๊บว่านะ?

งั้นเหรอคะ?

เค้าว่าตัวเองก็เป็นดาวคณะเราได้เลยนะริน

บ้า... ไม่เอาหรอก สวยๆ กว่าเค้ามีเยอะแยะ เออจิ๊บ...กลับพร้อมเค้าป่าว รินลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วหันมาถามคนตัวเล็กที่กำลังกุลีกุจอเก็บกระเป๋าอย่างรีบร้อนเมื่อถูกรินชวนกลับด้วยกัน จนรินอดหัวเราะให้กับอาการรีบร้อนของเพื่อนตัวน้อยคนนี้ไม่ได้

********************************

หลังเลิกเรียน ฟ้าเดินทอดน่องไปตามถนนตลอดทางกลับหอ รู้สึกเหนื่อยล้ากับวิชาเสริมในคาบสุดท้ายอยากขอพักใจกับธรรมชาติที่ร่มรื่นริมหนองน้ำของมหาวิทยาลัยซะหน่อย เผื่อจะช่วยให้ผ่อนคลายได้บ้าง โดยไม่รีรอที่จะเลือกนั่งเหยียดขาตรงตามสบายอยู่ขอบสระที่มีหญ้าอ่อนขึ้นปกคลุม และต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกเรียงรายรอบๆ บริเวณ ลมพัดโชยเย็นสบาย

ฟ้าสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างช้าๆ เพื่อขับไล่ความกดดันต่างๆ ที่รุมเร้าภายในใจให้เบาบางลงไปตามจำนวนออกซิเจน พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นผู้หญิงร่างบางคนหนึ่ง ยืนฉีกเศษขนมปังให้อาหารปลาอยู่ที่หัวสะพาน ฟ้าจ้องมองเรือนร่างอรชรนั้นอย่างไม่วางตา จวบจนกระทั่งเจ้าของร่างบางได้เงยหน้าขึ้นมาสบตากันพอดิบพอดี ฟ้าหลบสายตาออกจากใบหน้าที่งดงามนั่นไม่ทันเสียแล้ว รอยยิ้มอย่างเป็นมิตรถูกส่งมาก่อน ตามด้วยการกวักมือเรียกหยอยๆ เป็นนัยว่าให้มาให้อาหารปลาด้วยกัน ฟ้ารู้สึกขัดเขินนิดๆ สองจิตสองใจว่าจะไปดีไหมนะ? และดูเหมือนว่าสาวงามคนนี้คงจะเป็นรุ่นพี่เป็นแน่ แต่ถ้าหากปฏิเสธก็จะเป็นการเสียมารยาท กอรปกับคิดไปว่าหากได้ลองให้อาหารปลา อาจจะทำให้ความตึงเครียดลดน้อยลงไปบ้างก็ได้ เลยใช้ความกล้าข่มความเขิน แล้วเดินไปหาทันที

สวัสดีค่ะ คนที่ยืนรออยู่กล่าวทักทายขึ้นก่อนอย่างยิ้มแย้ม ฟ้าเห็นได้ชัดเจนว่า รุ่นพี่คนนี้ยิ่งดูไกล้ๆ ช่างสวยและน่ารักเหลือเกิน

สวัสดีค่ะ ให้อาหารปลาอยู่เหรอคะพี่?

ใช่ค่ะ น้องอยู่ปีหนึ่งเหรอคะ? พี่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย

ใช่ค่ะ ฟ้าอยู่ปีหนึ่ง

พี่อยู่ปี 3 นะคะ ถ้าไม่รังเกียจ อ้ะ... นี่จ้ะ รุ่นพี่คนสวยยื่นขนมปังให้ประมาณ 4-5 แผ่น ฟ้ายื่นมือมารับและไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณ

มาเรียนที่นี่ได้เกือบเดือนนึงแล้วสินะ เป็นไงมั่งเอ่ย?

ดีมากเลยค่ะ ฟ้าชอบ... แล้วนี่พี่มารอใครรึเปล่าคะ หรือว่ามาให้อาหารปลาเฉยๆ

อ๋อ... ก็ว่าตั้งใจจะมาให้อาหารปลาน่ะแหละ แล้วก็มารอคนพิเศษด้วยค่ะ รุ่นพี่คนสวยตอบพร้อมรอยยิ้ม

อืมม์... แล้วเมื่อกี้พี่เห็นน้องนั่งอยู่ตรงนั้นนานแล้ว ท่าทางอมทุกข์นะเรา เครียดเรื่องเรียนเหรอ? ถ้าเป็นวิชาวิทยาศาสตร์ล่ะก็ ปรึกษาพี่ได้นะคะ พี่ถนัด

แหะๆ วิชากฎหมายน่ะค่ะ แต่จะว่าไปก็มีเครียดเรื่องอื่นอยู่เหมือนกัน รอยยิ้มจางๆ ค่อยๆ หายใบจากใบหน้าของฟ้า สองมือฉีกเศษขนมปังอย่างเลื่อนลอย คนรุ่นพี่เห็นอาการแล้วทราบได้ทันทีว่ารุ่นน้องคนสวยคนนี้มีเรื่องไม่สบายใจบางอย่างแน่นอน

คนเราน่ะ มักจะมีปัญหากันทุกคนนั่นแหละนะคะ ค่อยๆ คิดหาทางออกไป แต่อย่าเครียดซะจนสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองล่ะ เดี๋ยวคนไกล้ตัวเค้าจะพากันไม่สบายใจไปเปล่าๆ รุ่นพี่คนสวยพูดปลอบโยนพลางยกมือเรียวๆ ขึ้นจับบ่าของฟ้า จนทำให้เธอรู้สึกโล่งสบายใจขึ้นอย่างประหลาด

บางทีคนเราจำเป็นต้องระบายออกบ้างนะคะ หาใครซักคนที่เราเชื่อใจ แล้วลองเล่าให้เค้าฟังดูสิ อาจจะทำให้เรารู้สึกดีขึ้นบ้างก็ได้นะ

งั้น... ฟ้าขอระบายกับพี่เลยได้มั้ยคะ ? การตัดสินใจแบบสายฟ้าแลบของฟ้า ทำเอารุ่นพี่คนสวยถึงกับตั้งตัวแทบไม่ทัน

อ... เอางั้นเหรอคะ?

ใช่ค่ะพี่ ได้มั้ยคะ? ฟ้าทำสีหน้าและท่าทางดูจริงจัง

งั้นก็ได้เลยค่ะ การช่วยเหลือ และให้คำปรึกษาแก่รุ่นน้องคืองานของรุ่นพี่อยู่แล้วจ้ะ เป็นคอนเซ็ปท์ของมหาลัยนี้งัย

พอรู้ว่าจะมีที่ปรึกษา ฟ้าถึงกับยิ้มอย่างดีใจ

งั้นฟ้าขอทราบชื่อพี่ได้มั้ยคะ ยังไม่รู้จักชื่อเลย

อ้าว?? แหะๆ โทษทีจ้ะ ลืมแนะนำตัวเองไปเลย... รุ่นพี่คนสวยยิ้มเล็กน้อย พลางโยนเศษขนมปังชิ้นสุดท้าย ให้ปลาสวายตัวโตที่ผุดขึ้นมา ก่อนจะหันมาตอบพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง

พี่ชื่อจีค่ะ... เรียกพี่ว่า พี่จี นะ

2007/Jun/23

ตอนที่ 11

หนูริน เป็นลูกพี่ชาติ?

อื้อ... ชาติรับคำสั้นๆ ก่อนจะเอามือใหญ่ๆ ปาดเช็ดรอยคราบหมองๆ ที่เกาะอยู่ฝากระโปรงออกนิดนึง

ส่วนรถคันนี้พี่ซื้อให้แกเป็นของขวัญวันเกิดเมื่อปีที่แล้ว แล้วรู้อะไรมั้ย... ถัดจากวันตายของพลอยไปอีกวันนึง ก็จะเป็นวันเกิดของแกอีกรอบในปีนี้

เหรอคะ ทำไมถึงเป็นเรื่องบังเอิญขนาดนี้เนี่ย พ่อลูกมาอยู่ในสถานที่เดียวกันโดยมิได้นัดหมาย ศิก็ว่าอยู่ เค้าเล่าถึงครอบครัวให้ศิฟัง บอกว่าอยู่กับคุณพ่อสองคนเป็นตำรวจยศนายพัน นึกว่าจะเป็นนายพันที่ไหน ที่ไหนได้ก็เป็นนายพันธุ์หมอนทองนี่เอง

เฮ่ยๆๆ พันน่ะเป็นตำแหน่งยศนะเฟ้ย ไม่ใช่เป็นพันธุ์ทุเรียน ปะโธ๊... ทั้ง 2 คนหัวเราะร่าขึ้นพร้อมกันที่หน้าประตูรั้ว ก่อนที่ชาติจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา

ไงๆ พี่ก็ฝากศิดูแลลูกพี่ด้วยละกันนะ พี่ไปละ

ค่ะพี่ชาติ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ

อืม

............................................................................

อร่อยมั่งมั้ยล่ะเนี่ย สาวๆ ทำไมทานกันน้อยจังวันนี้? เสียงของศิกล่าวขึ้นทำลายความเงียบที่คลุมเครือบนโต๊ะอาหาร

อร่อยค่ะ... อร่อย รินตอบสั้นๆ พลางยิ้มให้คนที่ถามนิดนึง แต่ถึงอย่างไรศิก็รู้สึกว่า รอยยิ้มนั้นหาใช่รอยยิ้มของรินเด็กสาวผู้น่ารักสดใสคนเมื่อวานไม่ กระนั้นก็ยังไม่วายหันไปมองลูกสาวคนสวยที่เอาแต่ใช้ช้อนส้อมเขี่ยผักบนจานข้าวไปมา

อิ่มแล้วเหรอฟ้า?

อิ่มแล้วค่ะ... ฟ้าตอบสั้นๆ ดูไร้ชีวิตชีวาไม่ต่างกัน

มีอะไรกันรึเปล่าลูกๆ 2 คน? ทั้งสองเหมือนจะสะอึกเล็กน้อยกับคำถามของศิ แต่ต่อให้เก็บอาการเก่งเพียงใดก็หาได้สามารถรอดพ้นจากสายตาของผู้ที่ผ่านโลกมาเกือบครึ่งคนอย่างเธอได้แน่นอน

อย่าบอกนะว่าทะเลาะกัน?

เปล่าค่ะคุณแม่ จะทะเลาะกันได้ไงล่ะ เนอะรินเนอะ?

ค่ะ ๆ ไม่ได้ทะเลาะกันซะหน่อย รินรีบเสริมทันที

งั้นก็อย่าเงียบกันอย่างนี้สิ ดูซิเนี่ยทานข้าวกันนิดเดียวเอง ทั้ง 2 คนเอาจานมานี่ แม่จะตักข้าวเพิ่มให้อีก กินน้อยเดี๋ยวก็เป็นลมกันหรอก

ก่อนที่ทั้ง 2 คนจะทันได้บ่ายเบี่ยงศิก็จัดการให้ซะเสร็จสรรพ พลางค่อยๆ ยื่นจานที่มีข้าวพูนๆ แจกสาวน้อยทั้ง 2 ที่นั่งอึ้งกันอยู่

ทานกันให้หมดนะ ใครทานไม่หมดโดนปูหนีบ

คำประกาศิตได้ผล คราวนี้ทั้งสองคนเริ่มหันมาสนใจกับการทานอาหารอย่างจริงจังซะที

ฟ้า... ตักกุ้งอบวุ้นเส้นให้รินทีสิ เพื่อนตักไม่ถึงหรอก

รินแพ้อาหารทะเลค่ะคุณแม่ ฟ้ารีบตอบทันที ความเป็นห่วงเป็นใยเบียดแทรกอยู่ในน้ำเสียงชัดเจนแต่เหมือนว่าคนพูดจะไม่รู้ตัว ศิถึงกับอึ้งนิดนึงในอาการดังกล่าวของลูกสาว หันไปทางรินที่นั่งมองตาปริบๆ อยู่

อ้าวเหรอ? ถึงว่าแม่ไม่เห็นหนูตักเลย งั้นฟ้าก็ตักแกงส้มชะอมทอดให้รินแทนสิ นั่นน่ะ... เป้าหมายถูกเปลี่ยนไปที่แกงส้มชะอมที่อยู่ถัดไปอีกหน่อย ฟ้าเหลือบตามองหน้ามารดาเหมือนจะค้นหาเจตนาลึกๆ ในแววตาคู่นั้นของคุณแม่ แต่ก็ต้องผิดคาด รีบหันสายตาหลบทันทีเมื่อพบกับสายตาที่จริงจังรออยู่

นี่จ้ะริน... แกงส้มชะอมทอดน่าทาน ถูกตักใส่จานของคนผมยาว

ขอบคุณค่ะคุณแม่ รินยิ้มแล้วเงยหน้ามาขอบคุณศิ

ขอบคุณผิดคนแล้วจ้ะลูก แม่ไม่ได้เป็นคนตักให้ซะหน่อย โน่น... คนที่เขาตักให้รอให้หนูขอบคุณซะจนใจแทบจะขาดแล้วมั้งนั่น ศิโบ้ยหน้ามาทางฟ้า ที่นั่งทำลอยหน้าลอยตาอยู่

แหม... คุณแม่ก็พูดเกินไปแล้วค่ะ ฟ้าไม่วายค้อน ให้กับคำพูดของคุณแม่ผู้ช่างจัดแจง

ขอบคุณนะคะ... ฟ้า... รินยิ้มขอบคุณคนสวยอย่างจริงใจ

ไม่เป็นไรค่ะ ฟ้ารับยิ้มของริน ด้วยรอยยิ้มที่ไม่เต็มที่นัก คงจะเพราะอารมณ์บางอย่างที่ยังตกตะกอนจากเมื่อวาน

อ้อ... เมื่อกี้คุณพ่อของรินมาที่นี่ด้วยแหละ ประโยคนี้ดึงความสนใจจากสาวสองคนไม่น้อย

คุณพ่อ??? มาที่นี่???

อื้อ... ศิขานรับเบาๆ ก่อนจะยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม

เพิ่งจะกลับไปเมื่อกี้นี่เองจ้ะ

ท่านมาหารินเหรอคะ? แปลกจัง? รู้ได้งัยว่ารินอยู่นี่?? แล้ว.....?

ฮ่ะๆๆ เดี๋ยวก่อนริน อย่าเพิ่งเดาเลยจ้ะลูก ต่อให้หนูเดาเท่าไหร่ก็คงจะไม่ถูกหรอกนะแม่ว่า ศิขำให้กับอาการตื่นเต้นของริน ส่วนฟ้าที่นั่งงงอยู่ข้างๆ ได้แต่รอฟังคำเฉลยตาปริบๆ

ตอนแรกแม่เองก็ยังแทบจะไม่เชื่อเลยนะริน ว่าอะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้

หมายความว่าไงคะ นัยย์ตาสีน้ำตาลจ้องมองคนฝั่งตรงข้ามอย่างสงสัย

แม่กับคุณชาติพ่อของหนู เรารู้จักกัน พวกเราเคยเรียนอยู่มหาลัยเดียวกัน ก็มหาลัยที่หนูกับฟ้าเรียนกันอยู่นั่นแหละ

เหลือเชื่อ ฟ้าถึงกับอุทานออกมาเบาๆ ในความบังเอิญ

ถึงว่า... แม่ยังสงสัยอยู่เลยว่ารินนี่หน้าตาคุ้นๆ เหมือนใคร... ที่แท้ลูกสาวของ พี่บุษ นี่เอง มิน่าล่ะ...

ศิพูดถึง บุษราคำ คุณแม่ของริน พี่สาวของน้ำพลอย ผู้ที่เอกแต่งงานด้วย หากเป็นเมื่อก่อนศิคงจะทำใจไม่ได้หากจะคิดถึงอดีตเหล่านี้ ทว่าบัดนี้รอยร้าวในอดีต ไม่สามารถก่ออิทธิพลใดๆ ในใจเธอได้อีกต่อไปแล้ว การให้ความสำคัญกับปัจจุบันต่างหากที่สำคัญกว่า

สวยเหมือนแม่ไม่มีผิด ศิพูดพลางเอียงคอมองสาวน้อยน่ารักที่นั่งฝั่งตรงข้ามโต๊ะอาหาร แล้วยิ้มให้ด้วยความเอ็นดู รินยิ้มตอบให้กับคำชมของศิอย่างเขินๆ ฟ้าเองก็ถึงกับยิ้มให้กับภาพที่เห็นตรงหน้าอย่างลืมตัว ตอนนี้บรรยากาศเริ่มเต็มไปด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง ฟ้าและรินขอเพิ่มข้าวจานที่ 3 แล้วตักกับข้าวให้กันไปมาอย่างสนุกมือ ดีไม่มียังมีป้อนกันต่อหน้าโดยไม่สนใจคุณแม่ที่นั่งมองอย่างงงๆ ซะอีกแน่ะ แล้วมื้อเช้าที่แสนอร่อยและมีความสุขก็ผ่านพ้นไป

*******************************

ฟ้า... ตื่นได้แล้วค่ะ เดี๋ยวก็ไปเรียนสายหรอก

ขอต่ออีกหน่อยน๊า เสียงงัวเงียดังลอดออกมาจากผ้าห่มสีชมพูบนเตียงนอนในหอพัก

ไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวสายนะ ลุกเร็วเข้า 

อือ... คนที่ถูกปลุกจำต้องค่อยๆ พยุงกายน้อยๆ ให้ลุกขึ้นมา แล้วทำทีทิ้งตัวลงนอนตามเดิม

เฮ้อ.... คนที่ปลุกนั่งตุบลงบนปลายที่นอน พลางถอนหายใจอย่างเอือมระอา

จ้าๆๆๆๆ ลุกแล้วจ้า คุณยาย ฟ้าค่อยๆ เปิดผ้าห่มออกแล้วลุกขึ้นนั่ง เห็นคนผมยาวที่แต่งตัวเสร็จแล้วนั่งหันหลังให้อยู่ตรงปลายเท้า พลางหรี่ตามองร่างบางๆ ที่ค่อยๆ รวบมัดผม เผยให้เห็นคอขาวระหงที่มีปอยผมเส้นเล็กๆ ระเป็นสาย ไล่สายตาลงมาที่ร่างบางๆ ในเสื้อนักศึกษาที่ได้รูปพอดีตัวในร่างเล็กๆ เอวน้อยๆ นั่น ฟ้าไม่เคยเบื่อที่จะมองภาพงดงามเหล่านี้เลย

วันนี้รินมัดผมเหรอ?

อื้อ... ทำไมเหรอ? หรือว่าดูไม่ดี? รินหันหน้าใสๆ นั้นมานิดนึงถามคนที่งัวเงียอยู่ สองมือยังระวนอยู่กับการจัดแจงกับการรัดผมอยู่ ผมที่รวบไปทำให้คิ้วหนาๆ และใบหน้าขาวใสนั้นดูน่ารักเด่นสะดุดตาเกินบรรยาย

อ้าว?? รอฟังคำตอบอยู่เนี่ย ไหงเงียบไปเลย? เสียงของรินปลุกฟ้าให้ตื่นกับอาการตะลึงชั่วครู่

เปล่าค่ะ... ถึงจะปล่อยหรือจะรวบ แต่เจ้าของผมยาวก็น่ารักอยู่ดีนั่นแหละ

แหม... ตื่นขึ้นมาก็ปากหวานเลยนะเนี่ย... ไปค่ะ ไปอาบน้ำ รินจะจัดกระเป๋าให้นะ

อื้อ

ฟ้ารับคำสั้นๆ ก่อนจะลุกจากเตียงผลุบหายเข้าห้องน้ำไป รินจึงค่อยๆ ลุกไปคว้ากระเป๋าของคนสวยมาแล้วจัดแจงจัดกระเป๋าให้ตามตารางสอน คนผมยาวรู้สึกว่าตั้งแต่กลับมาจากบ้านคราวนั้น ฟ้าเปลี่ยนไปมากเหมือนกับพยายามแบกรับเอาความรู้สึกที่หนักอึ้งบางอย่างไว้ แล้วบางอย่างที่ว่านั้นคืออะไรกันนะ? เหตุใดจึงไม่เคยคิดเอื้อนเอ่ยหรือเปิดเผยความอัดอั้นนั้นให้เธอฟังบ้างเลย หรือว่ารินไม่มีความสัมคัญต่อฟ้าขนาดนั้นแล้ว อย่าทำแบบนี้เลยนะฟ้า รินรู้สึกว่าฟ้ากำลังทำให้ช่องว่างระหว่างเราสองคนต้องห่างกันมากขึ้นไปทุกที ช่องว่างที่ฟ้าก่อขึ้นเพื่อจุดประสงค์อะไรบางอย่าง จริงสินะไม่ใช่ฟ้าหรอก หากแต่เป็นเธอเองตะหาก เธอไม่น่าสร้างช่องว่างนี้ขึ้นมาแต่แรก สิ่งที่คิดว่ามันถูกต้อง กลับกลายเป็นของมีคมที่บาดลึกใจของคนผมยาวอยู่ตอนนี้ คิดแล้วก็ให้สมน้ำหน้าตัวเองยิ่งนัก ปากบางๆ เม้มเข้าหากันสั่นระริก อีกครั้งแล้วสิที่อ่อนแอ.... อีกครั้งแล้วเหรอที่ต้องร้องไห้.... เมื่อไหร่ถึงจะพอซะที..... รินไม่อยากเจ็บปวดแบบนี้อีกแล้วนะ... ฟ้า...

*******************************************************

ริน เป็นอะไรน่ะ ทำไมวันนี้ตัวไม่ตั้งใจเรียนเลยล่ะ? ดูเหม่อๆ ชอบกลนะ?

เสียงของจิ๊บ สาวตัวน้อยเรียบร้อยน่ารัก เพื่อนสนิทของรินที่นั่งโต๊ะติดกันหันมาถามหลังจากที่เห็นเพื่อนนั่งเหม่อซึมเศร้าจนจบคาบเรียน

นิดหน่อยค่ะจิ๊บ อีกหน่อยก็คงจะดีไปเอง รินเป็นคนเปิดเผย เธอจึงยอมรับกับจิ๊บอย่างตรงไปตรงมา

ระบายให้จิ๊บฟังบ้างก็ได้นะ เผื่อมันจะช่วยให้ตัวสบายใจขึ้น จิ๊บยกมือน้อยๆ ขึ้นจับบ่าคนร่างบางให้หันมาสบตากับดวงตากลมโตสดใสของเธอ ที่ตอนนี้ใส่เอาความเป็นห่วงเป็นใยไว้จนเต็มเปี่ยมส่งต่อให้เพื่อนผมยาว

คงไม่รบกวนจิ๊บหรอกมั้งคะ ปวดหัวจิ๊บเปล่าๆ มั้งเนอะ 

ไม่เป็นไรนะ ถ้าเป็นรินล่ะก็ เค้ายินดีรับฟังทุกอย่างค่ะ

ขอบคุณนะ ไว้พร้อมเมื่อไหร่เค้าจะเล่าให้ตัวฟังนะ

รินหันมายิ้มให้เพื่อนตัวน้อย ก่อนจะหันหน้าออกไปนอกหน้าต่างอาคารเรียน มองนกกระจอกที่จู๋จี๋กันบนกิ่งต้นสน

เจ้านกน้อย วานบอก ฉันได้ไหม

ว่าเหตุใด จึงจะได้ ในรักหนอ

จะพูดบอก ออกไป หรือรั้งรอ

ช่วยบอกต่อ ฉันที เป็นแนวทาง

หากโชคดี ได้เกิดเป็น นกเช่นเจ้า

อาจจะเข้า ถึงได้ ในรักบ้าง

เว้นเสียแต่ รักที่พบ ช่างเลือนลาง

ซ้ำจืดจาง ห่างเหิน เกินทานทน

ยิ่งนับวัน รอคอยรัก มาใกล้ชิด

เหมือนยิ่งคิด ยิ่งหดหาย ไร้แห่งหน

ยิ่งตามติด ยิ่งถดถอย น้อยใจตน

ฤาต้องทน ตัดใจ ให้เจือจาง

********************************************

2007/Jun/23

ตอนที่ 10

บ้านหลังสีเขียวอ่อนหลังน้อยวันนี้ไม่เงียบเหงาเหมือนเช่นเคย ศิรู้สึกว่าเหมือนจะคึกคักมากกว่าทุกวันที่มันเคยเป็น หรืออาจจะเป็นไปได้ที่มีสาวน้อยผมยาวช่างเจื้อยแจ้วเจรจาช่วยเติมความมีชีวิตชีวาพัดพาเอาความเงียบเหงาให้ต้องอันตรธานหายไป ไม่ว่าจะเป็นในห้องครัว ที่สาวน้อยอย่างริน ช่วยเธอปรุงแต่งรสอาหารอย่างขมีขมัน เป็นอันต้องทำให้ฟ้าลูกสาวคนสวย ต้องจรลีไปรดน้ำต้นไม้ จนศิรู้สึกเหมือนกับว่ามีลูกสาวเพิ่มขึ้นมาอีกคน

รินเพิ่งสัมผัสได้ว่า ระหว่างที่ฟ้าอยู่กับเธอจะเผลอแสดงบางมุมที่โศกเศร้าในเรื่องราวของครอบครัวที่ดูเหมือนไม่ค่อยจะสมบูรณ์ แต่ถึงอย่างนั้นสองแม่ลูกก็เสริมสร้างภูมิคุ้มกันไว้ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย และสายใยรักของแม่ลูกที่แน่นแฟ้น คอยเป็นเกราะคุ้มครองและโอบอุ้มฟ้าให้เข้มแข็งมาได้ถึงเพียงนี้ รินยังถึงกับอิจฉาเล็กๆ ว่าทำไมตนถึงไม่มีแม่ให้คอยเป็นห่วงอย่างนี้บ้างนะ ถึงแม้ว่าจะได้รับความอบอุ่นและกำลังใจจากพ่อมาอย่างพร้อมสรรพ แต่ใจดวงน้อยๆ ก็ยังคงอยากจะมีแม่ที่มาคอยดูแลห่วงใย และตวงเติมความอบอุ่นให้แบบนี้บ้างจัง...

คุณน้าคะ อยู่กัน 2 คนอย่างนี้ไม่เหงาแย่เหรอคะ? เสียงน่ารักๆ ถามขึ้นขณะที่กำลังหั่นผักบนเขียงไม้อันเล็กจิ๊ดเดียว ทำให้ผักที่ถูกหั่นต้องหล่นตกแหมะลงบนภาชนะที่รองอยู่ตรงนั้นทีตรงนี้ที แต่กระนั้นคนผมยาวก็ไม่รำคาญที่จะหยิบมันขึ้นมาใส่จานใบสวย

ก็เหงาน่ะนะ แต่ก็ชินซะแล้วล่ะจ้ะ ศิตอบพลาง หันหน้ามองคนถามด้วยความเอ็นดู

แล้วรินล่ะจ๊ะ ครอบครัวเป็นไงมั่ง?

หนูก็อยู่กับคุณพ่อแค่ 2 คนเหมือนกันค่ะ ถึงบางวันจะเหงาที่คุณพ่อไม่อยู่ แต่คุณอาก็จะพาเจ้าตัวเล็กมาเที่ยวทำให้พอหายเหงาได้บ้างค่ะ

คุณพ่อทำงานอะไรจ๊ะ?

เป็นตำรวจค่ะ

คำตอบของริน ทำให้ศิพลางคิดไปถึงรุ่นพี่ที่เป็นตำรวจคนหนึ่ง แกมีลูกสาวอยู่คนหนึ่งเหมือนกัน ส่วนภรรยาจากไปตั้งแต่ลูกยังเป็นเด็ก ถ้าเปรียบเทียบอายุดูแล้ว ลูกของรุ่นพี่คนนั้นคงจะรุ่นราวคราวเดียวกันกับหนูรินและลูกฟ้านี่แหละ

แล้วคุณแม่ของรินล่ะ?

อ๋อ... คุณแม่ของหนูไม่อยู่แล้วล่ะค่ะ ท่านเสียไปตั้งแต่หนูยังเด็ก

เรื่องราวแสนเศร้าที่ช่างบังเอิญคล้ายจนแทบจะเหมือนเหลือเกิน ทำให้ศิ รู้สึกเอ็นดูในตัวเด็กสาวผมยาวคนนี้ขึ้นทุกที

งั้น... มาเป็นลูกสาวน้าอีกคนดีมั้ยจ๊ะ?

คุณน้า.... รินหยุดหั่นผักชั่วคราวสัมผัสได้ถึงไอแห่งความอ่อนโยนที่ถูกถ่ายอีกคนเทมาให้ตนเอง ก่อนจะค่อยๆ หันหน้ามาทางศิ

เรียกน้าว่าแม่สิริน รังเกียจมั้ย?

............. น้ำเสียงและแววตาที่อ่อนโยนของศิ ทำให้รินถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ โผเข้ากอดคุณแม่ของฟ้าอย่างไม่รู้ตัว

อ้าว? แล้วกัน... แม่ก็ไม่ได้ใช้ให้หั่นหอมซะหน่อย ไหงน้ำหูน้ำตาไหลงี้ล่ะจ๊ะ หือ?

....คุณแม่.... เสียงสะอึกสะอื้นฮึกฮักด้วยความตื้นตันใจของรินดังเล็ดลอดออกมาในอ้อมแขน ทำให้ศิกระชับกอดเด็กสาวแน่นขึ้น ถ่ายทอดความอบอุ่นแห่งความเป็นแม่ ที่เด็กคนนี้ ไม่เคยได้รับมานานแสนนาน

........................................................

อาหารมื้อเย็นที่แสนอร่อยฝีมือของศิและผู้ช่วยอย่างริน ได้ผ่านพ้นไปแล้ว ตอนนี้ทั้ง 3 นั่งอยู่หน้าทีวีสีจอยักษ์สนทนากันเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ อย่างสนุกสนาน

ริน... ง่วงยัง? ฟ้าหันหน้ามาถามรินที่นั่งอ่านหนังสือเล่มโปรดอยู่ข้างๆ ตน

ก็ว่าจะถามอยู่ค่ะ

งั้นพวกหนูก็ขึ้นไปนอนกันเถอะนะนี่ก็ดึกแล้ว วัยเรียนอย่างนี้นอนดึกมากก็ไม่ดี ศิผู้เป็นแม่ของฟ้ากล่าวเป็นเชิงแนะให้ลูกสาวพาเพื่อนไปเข้านอน

งั้น... หนูกับรินไปก่อนนะคะคุณแม่ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

จ้ะ

.............................................................

ริน... คนสวยเรียกเพื่อนเบาๆ เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องชั้นบน

หือ? คนผมยาวหยุดกึก แล้วหันหน้ามาทางเสียงเรียก

..................... ฟ้าทำท่าเหมือนว่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ได้กลืนประโยคนั้นลงคอไป

อ้าว? เรียกแล้วก็ไม่พูด รินยิ้มให้งงๆ ก่อนที่ร่างบางๆ จะบิดลูกบิดประตูเพื่อเข้าประจำห้องนอนของตัวเองแล้วหมุนตัวมาช้าๆ แง้มประตูยืนมองคนสวยที่ยังคงยืนซึมอยู่หน้าประตู แววตาของฟ้ายามนี้ช่างสื่อความหมายยากยิ่งนัก

ฟ้าเป็นอะไรไปคะ? รินถามแฝงความห่วงใยลงไปในน้ำเสียง

คือ... ฟ้ากำลังจัดเรียงประโยคและอารมณ์ที่สับสนภายในใจให้เข้าที่

คืนนี้คงหนาวเนอะ? และแล้วก็กลั่นออกมาได้ประโยคหนึ่ง จะเป็นประโยคบอกเล่าก็ไม่ใช่ ประโยคคำถามก็ไม่เชิง

ก็คงจะหนาวเหมือนทุกๆ คืนนั่นแหละค่ะ ห่มผ้าหนาๆ ล่ะ เดี๋ยวเป็นหวัด

รินนอนคนเดียวได้แน่เหรอ? ฟ้าละล้าละลังถามคนผมยาว ในใจรู้สึกว่าอยากจะพูดอีกประโยคหนึ่งแต่พูดไม่ออก เนื่องจากเหตุการณ์เมื่อตอนบ่ายทำให้เธอทำได้ดีที่สุดเพียงแค่นี้สินะ

ก็ต้องนอนได้สิคะ ก็รินโตแล้วนี่ คนผมยาวเองก็พยายามตอบแบบฝืนยิ้มเพื่อกลบเกลื่อนอารมณ์บางอย่างที่ตนเองพยายามปิดกั้นเอาไว้เช่นกัน

งั้น... ราตรีสวัสดิ์นะริน

ค่ะฟ้า ราตรีสวัสดิ์เช่นกัน รินกล่าวลาจบก็ฝืนใจปิดประตูห้องนอน แล้วค่อยๆ หันหลังพิงประตูรู้สึกถึงความอื้ออึงที่อยู่ในหัว ยิ่งคิดจะอดกลั้นก็ยิ่งเหมือนจะขับเคลื่อนเอาหยดน้ำตาหยดใสๆ ที่เริ่มเอ่อล้นเต็มสองข้างดวงตาสีน้ำตาล ให้ค่อยๆ ปริ่มไหลละเลงผ่านสองแก้มเนียน ยิ่งได้ยินอีกคนปิดประตูเข้าห้องนอนไปรินยิ่งดำดิ่งลึกลงกับความรู้สึกอ่อนล้าที่ประดังกันขึ้นมาอย่างไม่รู้จบ อีกครั้งแล้วที่รินรู้ตัวว่าอ่อนแอ คนผมยาวค่อยๆ ทรุดกายลงนั่งพิงประตูอย่างโรยแรง ภายในใจอัดแน่นไปด้วยคำถามที่ไร้ซึ่งคำตอบมากมาย เธอรู้ดีว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับฟ้า แต่ว่าตราบใดที่อีกคนยังไม่แน่ใจในความรู้สึกของตนเอง เธอก็ควรจะเว้นช่องว่างให้อีกฝ่ายได้มีเวลาค้นหามัน นี่คงจะเป็นวิธีที่ถูกต้องแล้วสินะ แต่เหตุใดสิ่งที่คิดว่าสมควรทำนี้ กลับสร้างความเจ็บปวดอย่างมากมายนัก เจ็บปวดที่ต้องคอยตะโกนบอกกับตัวเองว่า ไม่สามารถเข้าใกล้มากได้ ไม่สามารถวิ่งตามติดจนเกินไป อย่าไปทำให้คนที่กำลังสับสนคนนั้นต้องไขว้เขว รินควรจะปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไป มีสิทธิ์เพียงแค่ยืนมองอยู่ห่างๆ......... เท่านั้น........ และหวังให้หยดน้ำตาที่รินไหล จะช่วยชะล้างความอ่อนแอในใจตนให้เจือจางลงบ้าง แม้ซักนิดก็ยังดี......

ภายในห้องสีชมพูที่ตกแต่งอย่างน่ารักสดใสอีกห้องหนึ่ง ทว่าบรรยากาศภายในกลับอึมครึมหมองหม่นเป็นสีเทา ร่างๆ หนึ่งนั่งซึมเศร้าอยู่บนเตียง ใบหน้าบ่งบอกถึงอารมณ์ที่สับสนภายในใจจนจัดระเบียบไม่ถูก ครั้นพอจะล้มตัวลงนอนเพื่อหวังให้ภวังค์แห่งนิทรา มาฉุดพาให้หลีกหนีจากอารมณ์ที่สับสนนี้แต่ก็ดูเหมือนจะไร้ผล ที่ผ่านมาฟ้าเองก็ยืนอยู่บนความเข้มแข็งของตัวเองมาตลอด ทว่าในเวลานี้กลับรู้สึกว่าอ่อนแออย่างสิ้นเชิง ยิ่งรู้ว่าอีกคนอยู่เพียงห้องตรงข้าม แต่ไม่อาจได้ยลชิดสนิทแนบ ยิ่งทำให้ฟ้ารู้สึกสะท้านลึกเจ็บปวดสั่นไหว ครั้นพอทอดสายตามองไปที่ประตู กลับรู้สึกว่ารินนั้นอยู่ไกลเหลือเกิน แค่คิดจะลุกเดินไปก็เหมือนจะไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ด้วยไม่อาจทำตามความรู้สึกที่เรียกร้องได้ เพราะมีบางสิ่งบางอย่างที่ขีดขั้นไว้กับเธอ เหตุผลในการเข้าใกล้ริน เพราะอะไรนะ? เพียงพบกันได้ไม่นานก็เรียกร้องหากันได้อย่างมากมายเพียงนี้ ทำไมนะ? ฟ้าจึงต้องมาทนแบกรับความอัดอั้นที่หนักอึ้งเช่นนี้ด้วย...?? และแล้วก็ไม่สามารถกักกลั้นน้ำตาไว้ได้อีกต่อไป สุดท้ายก็ค่อยๆ ปล่อยให้มันไหลหยดลงบนหมอนที่หนุนนอน........

เช้าที่อากาศแจ่มใส รถยนต์ BMW คันหรูคันหนึ่งค่อยๆ จอดเทียบรั้วหน้าบ้านหลังสีเขียวหลังน้อย ก่อนจะบีบแตรเรียกให้เจ้าของบ้านให้ออกมาจากห้องครัว ช่างนำความประหลาดใจมาให้แก่เจ้าของบ้านไม่น้อยเมื่อพบว่าผู้ที่มาเยือนเป็นใคร

พี่ชาติ!! ศิรีบวิ่งแจ้นไปเปิดประตูรั้วด้วยความดีใจ

ฮะฮ่า.... ว่าไง? ผู้มาเยือนยิ้มร่าทักทายอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่ร่างสูงใหญ่บึกบึนสวมใส่เสื้อกันหนาวหนังสีดำจะค่อยๆเดินตามเจ้าของบ้านเข้ามายังลานหน้าบ้าน

ไปไงมาไงเนี่ยพี่ชาติ ศิไม่ได้เจอพี่ตั้งนาน สบายดีหรือเปล่า? มาค่ะ เชิญข้างในดีกว่า ข้างนอกมันหนาว แล้วทั้งสองก็พากันมายังโซฟาในห้องรับแขก

นานแล้วสินะที่ไม่ได้เจอกันเนี่ย... เจ้าบ้านกล่าวทักทายก่อนจะรินน้ำเย็นลงในแก้ว

ก็... 10 กว่าปีเห็นจะได้... พอดีมีเวลาก็เลยแวะมาเยี่ยมน้องนุ่งบ้างน่ะสิ

ชาติพูดพลางเอื้อมมือรับแก้วน้ำเย็นที่ศิยื่นให้

เฮ่... หนาวๆ งี้ยังจะให้พี่ดื่มน้ำเย็นอีกแน่ะ

อ้าว... หรือจะกินน้ำร้อนล่ะคะ แน่ะ.. ในห้องครัวแน่ะค่ะ ไปกดเอาเองเลย

ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร น้ำเย็นก็ได้ ฮะๆ ชาติรีบตัดบทเมื่อเห็นเจ้าของบ้านกล่าวประชด

ว่าไงพี่ชาติ? ทำไมมาคนเดียวล่ะ? เห็นว่ามีลูกสาวคนนึงนี่นา ทำไมไม่พามาแนะนำให้ศิรู้จักบ้างเลย

นั่นสินะ ว่าจะพามาด้วยถ้าไม่ติดว่าเค้าไปเที่ยวบ้านเพื่อนซะก่อน อาทิตย์นี้ก็เลยไม่ได้กลับบ้าน

สงสัยว่าวันนี้ฝนจะตกหนัก ที่พี่ชาติแวะมาหาศิได้

เฮ้ๆๆ พูดอะไรน่าเกลียด เมื่อเดือนที่แล้วพี่ยังโทรหาอยู่เลย

โทรมากับมาหามันคนละเรื่องกันเลยนะพี่ บ้านก็อยู่เขตปริมณฑลกรุงเทพฯ เหมือนกัน แถมรถตัวเองก็มีแค่หาเวลามาเยี่ยมน้องนุ่งซักหน่อยก็ไม่ได้ ศิบ่นซะยืดยาว จนชาติต้องยกนิ้วขึ้นมาอุดหูเป็นเชิงล้อเลียน ศิจึงยกไม้ยกมือทำท่าจะตีด้วยความหมั่นไส้ แต่คนบนโซฟ้าเอนตัวหลบโหยงเหยง ทั้งสองคนหยอกล้อกันเหมือนพี่น้องไม่มีผิด เมื่อสนุกกันจนพอก็หันกลับมาสนทนากันต่อ

เออ... ว่าแต่พี่เองก็ยังไม่ได้เห็นหน้ายัยฟ้าลูกสาวศิตั้งนานแล้วนะเนี่ย จำได้ตอนนั้นเห็นล่าสุดตอน 2 ขวบ ยังงอแงขี้มูกโป่งอยู่เลย ตอนนี้เป็นไงมั่ง ชาติว่าพลางค่อยๆ ยกน้ำขึ้นดื่ม

ตอนนี้โตเป็นสาวแล้วล่ะค่ะ หัวรั้นแก่นแก้วน่าดู เนี่ย...ยังนอนหลับอยู่บนห้องอยู่เลยมั้งคะ

อืมม์ อยู่ดีทั้งแม่ทั้งลูกก็ดีแล้วล่ะนะ ชาติว่าพลางยกน้ำขึ้นดื่มอีกอึกใหญ่ ก่อนจะวางแก้วลง แล้วเริ่มเข้าสู่ประเด็นสำคัญในวันนี้

ศิรู้รึเปล่าว่าจริงๆ แล้วพี่มาที่นี่ทำไม?

นั่นสิคะ... ศิก็ว่าจะถามอยู่เหมือนกันว่าทำไมคนที่ทำตัวเหมือนหมีจำศีลอย่างพี่ถึงแวะมาหาศิได้ ศิเหน็บแนมให้คนตัวโตอย่างได้ที

นี่ๆๆๆ หยุดเลยนะ ดูพูดซะ. ชาติรีบเบรคตัวโก่ง

อ้าว ก็จริงนี่คะ คนอะไรใจดำจริงๆ นี่ถ้าไม่ติดว่ายังมีโทรมาเยี่ยมบ้างนะจะบ่นให้ยาวกว่านี้อีก

พอเลยพอ... นี่ก็ยาวจนเกินทานทนแล้วคุณน้อง

ก็มันจริงมั้ยล่ะคุณพี่

โอเค โอเค ศิเนี่ยน๊า... เหมือนเมื่อก่อนยังไงยังงั้น

เอาล่ะ... ไม่ต้องมาย้อนอดีตเลยนะ ศิรีบพูดตัดบทเหมือนกับเกรงว่าบางอย่างที่อยู่ในอดีตจะถูกขุดคุ้ยให้รื้อฟื้นขึ้นมา

ว่าแต่พี่ชาติต้องมีธุระสำคัญแน่เลย ไม่งั้นคงไม่มาหาแต่เช้างี้แน่

ถูกเผงเลย

ว่าแต่มีอะไรเหรอคะ

วันอาทิตย์หน้านี้ จะเป็นวันครบรอบวันตายของพลอย

........................ ศินั่งฟังเงียบงัน

พี่อยากให้เธอไปด้วย....ศิ

จริงๆ แล้วมีใครบางคนขอให้มาล่ะสิ ศิพูดรู้ทัน สีหน้าราบเรียบ

อ้าว? แล้วกัน ความแตกจนได้ ชาติคิดเอาไว้อยู่แล้วเชียวว่าแผนการของตนต้องใช้ไม่สำเร็จกับผู้หญิงที่แสนฉลาดอย่างศิเป็นแน่

แล้วทำไมเขาไม่มาชวนเอง?

มันเกรงว่าเธอจะปฏิเสธน่ะสิ

ก็เป็นซะอย่างนี้.... คนขี้ขลาด ศิพูดพลางเอนหลัง กอดอกบนโซฟาอย่างเซ็งๆ

อ้าว พูดงี้ก็แสดงว่า ถ้ามันเป็นฝ่ายชวนเองเธอก็จะตกลงงั้นสินะ?

เข้าใจง่ายดี ศิพูดสั้นๆ รวบรัดใจความ

ให้ตายสิ ทำไมมันเป็นงี้ไปได้ฟะ? ชาติยกมือแปะหน้าผากเอนหลังพิงโซฟาแหงนหน้ามองเพดานพลางยิ้มให้กับบทสรุปที่ลงตัวได้อย่างเหลือเชื่อ

แล้วที่เธอโกรธมันมาตั้ง 10 กว่าปีนี่มันหมายความว่าไงศิ?

ใครว่าศิโกรธ? แทนคำตอบกลับถูกย้อนถามกลับมาทำให้ชาติยิ่งงงเข้าไปใหญ่

อ้าว? ก็ถ้าไม่โกรธแล้ว....????

เอกเขาเคยกล้าพูดอะไรกับศิตรงๆ ซะที่ไหนกัน คนขี้ขลาดอย่างนี้ขอให้อยู่คนเดียวไปก็แล้วกัน... ศิระบายความอัดอั้นออกมาอย่างเซ็งๆ พลางลืมตัวเอื้อมมือไปหยิบเอาแก้วน้ำของแขกขึ้นมาดื่มซะเอง

เออ... พี่เองก็เพิ่งรู้เนี่ยแหละว่าจริงๆ แล้วต้นเหตุมันมาจากใครกัน ปะโธ่

ให้ตายสิเจ้าเอก...! เจอหน้ากันเมื่อไรล่ะก็....ชั้นจะเตะก้นแก...!!

จะกลับแล้วเหรอพี่ชาติ? ทำไมไม่อยู่ทานข้าวเช้าด้วยกันก่อนล่ะ?

ไม่ล่ะ พอดีวันนี้พี่มีนัดเพื่อนที่กรมต่อ ขอบใจมากเลยนะ อ้อ... แล้วก็อย่าลืมตามที่ตกลงกันไว้ล่ะ วันอาทิตย์พี่จะถีบก้นให้เจ้าเอกมันมารับเธอ...

ค่ะ ศิรับคำยิ้มๆ ให้กับคนตัวโต

งั้นพี่คงต้องกลับก่อน โชคดีนะ

โชคดีค่ะพี่ชาติ เจอกันวันอาทิตย์นะคะ

โอเค แต่ก่อนที่ผู้มาเยือนจะหันหลังกลับไปยังรถที่จอดอยู่หน้ารั้ว หางตาก็บังเอิญไปกระทบกับรถโตโยต้าวีออสสีบรอนด์เงิน คุ้นหูคุ้นตาที่จอดอยู่ที่ลานหน้าบ้านไม่ไกลนัก เขาค่อยๆ หรี่ตามองให้ชัดเจน แล้วหันมาถามศิ ที่ออกมายืนส่ง

รถใหม่ของเธอเหรอศิ? ชาติถามพลางเงยหน้าไปมองรถที่จอดอยู่อีกรอบ

อ๋อ เปล่าหรอกพี่ รถของหนูรินเพื่อนที่มหาลัยของยัยฟ้าน่ะ เค้ามาเที่ยว

เฮ่ๆๆๆๆ!?!? ชาติทำหน้าตกใจเล็กน้อย ค่อยๆ สาวเท้าก้าวเดินเข้าไปหารถคันที่จอดอยู่นั้น

อย่าบอกนะ....ว่า.... และแล้วก็มาหยุดยืนอยู่หน้ารถในระยะกระชั้นชิด ก่อนจะสังเกตุเลขทะเบียนรถอย่างชัดเจน อืมม์... ทะเบียนอย่างนี้ทำไมเขาจะจำไม่ได้ ก็ในเมื่อเขาเป็นคนไปประมูลได้มากับมือ

ให้ตายสิ! วันนี้มีแต่เรื่องเซอร์ไพรส์แฮะ ชาติพูดพลางยกมือขึ้นเกาหัวแกร่กๆ

มีอะไรเหรอคะพี่ชาติ? 

เปล่าหรอก ไม่มีอะไรมาก ชาติหันมายิ้มให้คนที่ยืนงงอยู่

หมายความว่าไงคะที่ว่าไม่มีอะไรมาก? เห็นทำหน้าเหมือนเห็นผีตอนกลางวัน?

มีเรื่องให้ต้องแปลกใจนิดหน่อยน่ะ ฮ่ะๆ

อะไรล่ะ? ศิเลิกคิ้วถามอย่างคนสงสัย

นี่รถของยัยริน ลูกสาวพี่เองแหละ

หา!!??